dream

ความฝันของคุณมีค่าเท่าไหร่ ?

คุณเคยมีความฝันหรือเปล่า
เชื่อว่า ไม่ว่าใครต่างมีความฝันกันทั้งนั้น บางคนฝันอยากมีบ้าน มูลค่า 20 ล้าน ขับรถหรูๆ ทานอาหารดีๆ บางคนอาจจะฝันว่าได้ไปเที่ยวรอบโลก ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ เสรี ฯลฯ 

คุณเคยสำรวจความฝันของคุณบ้างไหม ว่ารายได้ที่คุณได้รับ สามารถทำให้ความฝันของคุณเป็นจริงได้หรือเปล่า

คำถามน่าคิด
.
- เรามีคุณภาพชีวิตที่ดี ในแบบที่เราต้องการแล้วใช่หรือไม่ ? 
- เราจะมีคุณภาพชีวิตในแบบที่เราต้องการได้อย่างไร ?
- งานที่เราทำ ต้องใช้เวลากี่ปี เราถึงจะได้คุณภาพชีวิตที่ดีในแบบที่เราต้องการ 


ในความเป็นจริงของใครหลายๆคน ที่ความฝันของเรายากที่จะเป็นจริงได้ เพราะรายได้ที่เราได้รับ ไม่สามารถทำให้ความฝันของเราเป็นความจริงได้

สมมติว่า ความฝันของคุณ คือการมีบ้าน มีรถ มีเงินเก็บ ท่องเที่ยว รวมมูลค่า 10 ล้านบาท
.
ลองคิดแบบง่ายๆ
บางคนทำงานประจำ กินเงินเดือน มีรายได้เดือนละ 10,000 - 30,000 บาท มีเงินเก็บเดือนละ 8,000 บาท
.
1 ปี จะมีเงินเก็บ 96,000 บาท
10 ปี จะมีเงินเก็บ 960,000 บาท
100 ปี จะมี เงินเก็บ 9,600,000 บาท
.
(ในความเป็นจริง บางคนอาจจะมีแค่รายได้ เดือนชนเดือน พอกินพอใช้ แทบไม่เหลือเงินเก็บ)
.
บางคนอาจจะแย้งว่า ถ้าทำงานหลายปีขึ้น เงินเดือนก็ขึ้นตาม น่าที่จะมีเงินเก็บมากขึ้น สมมติว่ามีเงินเก็บเพิ่มขึ้นเท่าตัว คือ มีเงินเก็บเดือนละ 16,000 บาท
.
1 ปี จะมีเงินเก็บ 192,000 บาท
10 ปี จะมีเงินเก็บ 1,920,000 บาท
100 ปี จะมีเงินเก็บ 19,200,000 บาท

แต่ในความเป็นจริง เราไม่สามารถทำงานได้เป็นร้อยปี เราแต่ละคนมีเวลาในการทำงานเพียงไม่เกิน 45 ปี เราจึงมักพบว่า หลายคนมีชีวิตแบบ ชีวิตหนี้ หนี้ค่ารถ ค่าบ้าน ค่าบัตรเครดิต ฯลฯ 

คุณคิดว่า 
- งานประจำสามารถตอบโจทย์ชีวิตคุณได้ไหม 
- งานประจำทำให้คุณรวยได้ไหม
- หลายคนทำงานมานาน กลับมีแต่หนี้ ค่ารถ ค่าบ้าน ฯลฯ
.
แล้วจะทำยังไงดีล่ะ บางคนก็เริ่ม ลดฝัน ลง 
.
พร้อมกับสโลแกนว่า "จงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่" ทั้งๆ ที่สิ่งที่มี ไม่สามารถทำให้เราพอใจได้ แต่อย่าเข้าใจผิดว่า มันคือความพอเพียง เพราะมันไม่ใช่ความพอเพียง แต่เป็นความจำยอม
.
จากที่เคยฝันว่า จะมีบ้านหลังใหญ่ อาจจะเหลือเพียง ทาวน์เฮ้าส์เล็กๆ หรือ คอนโดสักห้อง 
.
รถหรูๆ อาจจะเหลือเพียง รถธรรมดาสักคัน ก็พอ
.
จากท่องเที่ยวทั่วโลก ก็เหลือเพียง เที่ยวทั่วไทย ช่วยชาติประหยัด ให้เงินหมุนอยู่ในเมืองไทย
.
แล้วชีวิตที่สมดุล สามารถเป็นไปได้จริงไหม 
งาน หรือ อาชีพ ที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตของคุณคืออะไร
.
โรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้แต่งหนังสือ พ่อรวยสอนลูก  Rich Dad Poor Dad หนังสือที่ขายดีมากๆ ได้กล่าวไว้ว่า การหาเงินของคนเรา ถูกแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลักๆ (Cashflow Quadrant) หรือ เงินสี่ด้าน งานสี่ประเภท ซึ่งประกอบไปด้วย
.
E (Employee) - ลูกจ้าง พนักงานประจำ
- รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน รายได้จากค่าคอมมิสชั่น


- รายได้ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย
- นายจ้างเป็นผู้กำหนดวิถีชีวิตและรายได้ให้คุณ
- ขาดอิสรภาพ ต้องเซ็นชื่อ ตอกบัตร
- ถ้าตกงานเท่ากับล้มละลาย
- อยู่ในวงจรหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ


S (Self-employed) ทำธุรกิจส่วนตัว
- ขายเวลาแลกกับเงิน จ้างตัวเองทำงาน


- ชอบคิดเองทำเอง, ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
- ขาดประสบการณ์
- เจอคู่แข่งที่มีทุนหนากว่า
- อาจจะทนทำ เพราะชอบ อิสระ แต่ไม่มี อิสรภาพ
- บางคนสามารถประสบความสำเร็จ เป็นไอดอล อายุน้อยร้อยล้าน
.
B (Business Owner) เจ้าของธุรกิจ
- มีเงินลงทุน

- หาคนเก่งๆ มาทำงานให้
- ไม่ทำ ก็ยังมีรายได้

B มีหลายประเภท
บริษัท
- แฟรนไซน์
- *** การตลาดแบบเครือข่าย (เป็นช่องทางที่จะเป็นเจ้าของกิจการ ที่มีความเสี่ยงน้อย)
.
I (Investor) - นักลงทุน
- ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน


- ลงทุนใน หุ้น พันธบัตร Forex อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ ฯลฯ เน้นซื้อทรัพย์สิน เพื่อสร้างรายได้
- มองผลตอบแทนจากการปันผล ดอกเบี้ย
- ซื้อกิจการมาปรับปรุง แล้วขายต่อ
.
งาน 4 ประเภท ไม่ได้เหมาะกับคนทุกคน เพราะบางงานก็เหมาะสำหรับคนที่มีทุน มีความรู้

โรเบิรต์ คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือ พ่อรวยสอนลูก แนะนำว่า ธุรกิจเครือข่าย เปรียบเสมือน โรงเรียนสอนธุรกิจ ที่ช่วยให้คนธรรมดา สามารถเป็นเจ้าของธุรกิจ ที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และเป็น ช่องทางสร้างรายได้ เพื่อเป็นยางอะไหล่รองรับความไม่แน่นอนในอาชีพของตัวเอง


ข้อดีของธุรกิจเครือข่าย